Aposematic Jacket ถูกสร้างมาเพื่อคนชอบถ่ายรูปโดยเฉพาะ

Published Post author

มาอีกแล้วค่ะ กับอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ขอบอกว่ามันค่อนข้างจะไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน แต่ว่ามันกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้วสำหรับอุปกรณ์ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ เริ่มต้นด้วยปัจจุบันนี้เริ่มมีการผลิตสินค้าหรืออุปกรณ์ที่สามารถสวมใส่ได้ออกมามากมาย และกล้องก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ให้ความสนใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ ครั้งนี้ก็เลยจัดเอา Aposematic Jacket มาให้คนที่รักการถ่ายได้อึ้งกันสักหน่อย ไปดูรายละเอียดของสิ่งประดิษฐ์สิ่งนี้กันเลยดีกว่าค่ะ

สิ่งประดิษฐ์สิ่งนี้มีชื่อว่า Aposematic Jacket มันคือเสื้อที่มีกล้องติดรอบตัว ทำให้ผู้ที่สวมใส่สามารถถ่ายภาพแบบ 360 องศาได้เลยทีเดียว เป็นอย่างไรค่ะอึ้งใช่ไหมละคะ ซึ่งผลงานชิ้นนี้ผู้เป็นเจ้าของคือชาวเกาหลีมีชื่อว่า Shinseungback Kimyonghun โดยนำเอากล้องมาติดตั้งไว้ที่เสื้อรอบตัว เรียกได้ว่าสามารถมองเห็นได้หมดทั้ง 360 องศา ทางด้านของการทำงานก็จะมี Raspberry pi คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมากๆ และมีการเชื่อมต่อผ่านทางสัญญาณ Wifi ทางด้านของการใช้งานก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรค่ะ เพราะเสื้อตัวนี้จะมาพร้อมกับปุ่มกดบันทึกภาพ เมื่อผู้ใช้งานสวมใส่เสื้อและต้องการถ่ายหรือบันทึกภาพก็สามารถกดปุ่มบันทึกภาพได้ทันที และถ้าหากต้องการอัพโหลดลงสู่ระบบอินเตอร์ก็สามารถทำได้ทันทีเช่นกัน นอกจากนี้แล้วทางผู้ผลิตยังได้กล่าวอีกว่าการที่เขาติดตั้งตัวกล้องด้านนอกของเสื้อ ก็เพื่อเป็นการบ่งบอกให้ทราบว่าเสื้อตัวนี้สามารถบันทึกภาพได้ และจะเป็นการบอกบุคคลรอบข้างว่าในขณะนี้เขาอาจจะถูกบันทึกภาพอยู่ได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อความโปร่งใสในเจตนาของผู้สวมใส่ว่ามิได้มีการแอบถ่ายแต่อย่างใด อีกทางหนึ่งผู้ถูกถ่ายก็สามารถที่จะรู้ทันและทำตัวถูก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ถูกออกแบบมาได้มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ ในอนาคตอาจจะมีการนำเอาความคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านต่างๆก็ได้ แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องของกล้องและการถ่ายภาพอยู่แล้วก็สามารถติดตามไอเดียของ Shinseungback Kimyonghun คนนี้ได้เลยค่ะ

ตุลาคม 21, 2014

เปิดตลาดประเดิมของแล้วกับ Transformer Book T200 โน้ตบุ๊กไฮบริดจากค่าย ASUS

Published Post author

นอกจากรถยนต์ไฮบริดที่นับวันจะยิ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการออกแบบและพัฒนาโน้ตบุ๊กไฮบริดออกมาวางจำหน่ายให้คนที่หลงใหล และชื่นชอบในการใช้งานโน้ตบุ๊กได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว ซึ่งล่าสุดทางค่าย ASUS ได้ออกมาเปิดตัวโน้ตบุ๊กไฮบริดตัวใหม่ หรือจะเรียกว่าเป็นตัวต่อจากอีกรุ่นหนึ่งก็ได้ ซึ่งมีชื่อว่า Transformer Book T200 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก Transformer Book T100 นั่นเอง โดยจุดเด่นของ Transformer Book T200 อยู่ที่ราคาที่ย่อมเยา ไม่แพงจนเกินไป แต่มาพร้อมกับสเปคที่น่าสนใจไม่น้อย ทางด้านของ Transformer Book T200 รุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นของรุ่น Transformer Book T100 เอาไว้อยู่ แต่จะมีการปรับแต่งเพิ่มเติมในส่วนของสเปคที่เพิ่มมากขึ้นดังนี้

Asus Transformer Book T200

  1. หน้าจอมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยมีขนาดอยู่ที่ 11.6 นิ้ว และมีความละเอียดอยู่ที่ 1366×768 พิกเซล
  2. มีหน่วยความจำภายใน 32 GB มาพร้อมกับแรม 2 GB
  3. มีระบบปฏิบัติการคือ Windows 8.1
  4. ความละเอียดของกล้องหลังจะอยู่ที่ 5 เมกะพิกเซล ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 2 เมกะพิกเซล
  5. มีช่องพอร์ตเชื่อมต่อมาให้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ คือ microSD, micro USB, micro HDMI และ USB 0/3.0 ทำให้ผู้ใช้งานสะดวกสบาย เมื่อต้องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ
  6. มาพร้อม CPU Atom Z3775 ควอดคอร์
  7. แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมง
  8. มีถาด HDD ขนาด 5 นิ้วเตรียมพร้อมมาให้ และสามารถรองรับความจุได้มากสุดที่ 1TB

ถือว่าเป็นสเปคของโน้ตบุ๊กไฮบริดที่น่าสนใจไม่น้อยเลยจริงๆ และอีกหนึ่งจุดเด่นที่เราได้กล่าวกันไว้ในข้างต้นก็คือในส่วนของราคาที่มาในรูปแบบที่ย่อมเยาเราเป็นเจ้าของได้ก็คือ Transformer Book T200 รุ่นล่างจะมีราคาอยู่ที่ 400 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินบาทไทยก็ประมาณ 13,000 บาท และสำหรับ Transformer Book T200 รุ่นบนอีกหนึ่งรุ่นจะมีราคาอยู่ที่ 500 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินบาทไทยก็ประมาณ 16,250 บาท สำหรับใครที่กำลังต้องการอยากได้โน้ตบุ๊กตัวใหม่ ที่มีราคาย่อมเยา และมีการใช้งานที่หลากหลาย ก็ลองเก็บเอาโน้ตบุ๊กไฮบริดจากค่าย ASUS ตัวนี้ไปพิจารณาได้เลยค่ะ

ตุลาคม 15, 2014

ภาพและข่าวการประท้วงที่ฮ่องกงถูก WeChat เซ็นเซอร์เรียบร้อยแล้ว

Published Post author

ข่าวต่างประเทศที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในช่วงนี้ คงจะหนีไม่พ้นข่าวจากการประท้วงที่ประเทศฮ่องกงแน่นอนค่ะ เนื่องจากเป็นข่าวที่เริ่มมีความรุนแรงทางการประท้วงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ล่าสุดได้มีข่าวว่าทางรัฐบาลจีนได้มีการเคลื่อนไหวด้วยการเซ็นเซอร์หรือปิดข้อมูลใน App Chat หรือ Social Network ของคนที่มีสัญชาติจีนเรียบร้อยแล้ว อาจจะเป็นเฉพาะในช่วงที่เกิดการประท้วงเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันการประท้วงที่อาจจะลุกลามไปมากกว่านี้ และสุดท้ายทาง WeChat ก็เช่นเดียวกันค่ะ ได้ออกมาเซ็นเซอร์ตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทาง Wall Street Journal ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ ได้มีการรายงานถึงพฤติกรรมของผู้ประท้วงในฮ่องกงว่า มีการเผยแพร่ภาพที่เกิดขึ้นในขณะประท้วง ลงในช่องทางการสื่อสารหรือฟีเจอร์ของ WeChat โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ และกระจายข่าวสารการประท้วงที่เกิดขึ้นให้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงเหตุการณ์นี้

นอกจากนี้แล้วเพื่อให้เกิดความกระจ่างใจทาง Wall Street Journal จึงได้มีการทดสอบว่าทาง WeChat ได้มีการเซ็นเซอร์ข้อมูลเหล่านี้หรือไม่ ด้วยการทดลองให้ผู้ใช้งานในฮ่องกงโพสต์ภาพอาหารต่างๆ ที่ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับการประท้วงที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่พบก็ปรากฏว่าผู้ใช้งานในจีนไม่เห็นภาพอาหารที่โพสต์ไปจริงๆ นอกจากนี้แล้วยังพบอีกว่าผู้ใช้งาน WeChat ในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่สามารถที่จะโพสต์ลิงก์ข่าวที่มีคำว่า Hong Kong, Protest, Democracy เหล่านี้ได้อีกด้วย ซึ่งในขณะนี้ทาง Tencent ซึ่งเป็นต้นสังกัดของทาง WeChat ได้มีการปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องนี้และปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ อย่างไรก็ตามคงจะต้องติดตามข่าวสารกันต่อไปว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะอยู่ในระดับใด มีความรุนแรงมากเพียงไหน และรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรกับการประท้วงที่เกิดขึ้นในฮ่องกงขณะนี้ ให้พบกับทางออกที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้องลุ้นกันต่อว่ารัฐบาลจีนจะออกมาจำกัดสิทธิ์ของผู้ประท้วงทางใดอีกบ้าง

WeChat

ตุลาคม 9, 2014

ขุมพลัง Cloud Server สำหรับให้บริการ Hosting โดยเฉพาะ

Published Post author

ดูเหมือนว่าระบบ Cloud จะเป็นอะไรที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร แต่มันเป็นเทคโนโลยีที่นิยามขึ้นมาใหม่เท่านั้นเอง ทำให้มีผู้คนสนใจมากยิ่งขึ้น และในวันนี้เราก็จะขอพูดถึงระบบ Cloud ที่นำมาให้บริการ Hosting เพื่อการทำเว็บไซต์ หรือการจำลองระบบแบบ VPS เพื่อการวางเว็บไซต์หรือทำอื่นๆก็ได้ โดยเราเลือกบริการจากทาง cloudhost.in.th มาทำการ Review ถึงความามารถของระบบ Cloud Server ว่ามันดีกว่าการเช่า Web Hosting แบบทั่วไปอย่างไรบ้าง?

CloudHost on Cloud Serverอย่างที่เกิ่นนำไปตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าเราจะพูดถึงระบบ Cloud Hosting เท่านั้น! ว่ามันจะต่างจากระบบ Hosting ทั่วไปอย่างไร? และมันคุ้มค่าหรือไม่? กับการที่เราจะเลือกเช่า Web Hosting ที่อยู่บนระบบ Cloud

จากรูปภาพที่เราได้ข้อมูลมาจากทาง CloudHost พบว่าข้อมูลทรัพยากรของเซิฟเวอร์ในระบบ vCloud Cluster ทั้งหมดถูกแยกออกเป็น

  • CPU 127 Ghz
  • Memory 319.82 GB
  • Storage 6.17TB

ซึ่งเป็นข้อมูลรวมจากทรัพยากรหลายๆเซิฟเวอร์รวมๆกัน โดยทาง CloudHost ไม่ได้เปิดเผยว่ามีจำนวนเซิฟเวอร์ทั้งหมดเท่าไร หากเราเทียบกับเซิฟเวอร์ตัว DELL R210 II หรือ DELL R220 II ที่เป็นตัวใหม่ล่าสุด ในเซิฟเวอร์รุ่นนี้จะมีหน่วยประมวลผล 1 ตัว และมี Memory สูงสุดที่ 32GB เท่านั้น!

การเช่า Web Hosting แบบเดี่ยวๆ vs การเช่า Web Hosting แบบ Cloud ข้อแตกต่างคืออะไร?

จากที่ได้อธิบายถึงทรัพยากรของระบบ Cloud เทียบกับเซิฟเวอร์ทั่วไปให้ทราบแล้วนั้น เราจะพบว่า เซิฟเวอร์ทั่วๆไปไม่ได้มีทรัพยากรมากถึงระบบ Cloud ที่รวมเอาเซิฟเวอร์หลายๆตัวมาทำงานร่วมกัน นอกจากนั้นยังมีข้อแตกต่างอีกอย่างที่เราจะต้องรู้และเป็นปัจจัยที่จะทำให้เราเลือกเช่า Hosting แบบใดนั่นเอง นั่นก็คือ

  • Hosting ทั่วไปจะวางอยู่บนเซิฟเวอร์ตัวเดียว หากเกิดปัญหา Hardware เสียหาย จะทำให้ต้องใช้เวลานานมากๆ ในการกู้ระบบกลับคืนมาให้ทำงานได้เหมือนเดิม แต่สำหรับระบบ Cloud จะทำการย้าย VM (VM เป็นชื่อเรียกใน VMware แปลว่า Virtual Machine หรือแปลเป็นไทยว่า การจำลองระบบ) ไปรันบนเซิฟเวอร์ตัวอื่นๆในระบบ Cloud โดยอาจจะใช้เวลาเพียง 5 – 10 นาทีเท่านั้นในการเรียกให้ระบบกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม โดยการจัดการของ VMware vCenter Server
  • Hosting ทั่วไปจะมีผู้ใช้งานจำนวนมากๆในเซิฟเวอร์ หรือมีการจำลอง VPS จำนวนมากๆในเซิฟเวอร์ และหากมีการใช้งานแบบ Pleek หรือการใช้งานสูงๆพร้อมๆกัน จะทำให้เซิฟเวอร์ประมวลผลไม่ทัน และทำให้ระบบล่มได้ในที่สุด สำหรับระบบ Cloud ที่จัดการโดยระบบ VMware จะมีระบบ DRS สำหรับกระจายการประมวลผลของ VM ต่างๆไปยังเซิฟเวอร์ต่างๆ ทำให้ระบบสามารถทำงานได้ดีอยู่ตลอดเวลา แต่หากว่ามีการใช้งานแบบ Pleak ในทุกๆเซิฟเวอร์ในระบบ ผู้ดูแลระบบยังสามารถเพิ่มเซิฟเวอร์เข้าไปในระบบ Cloud เพื่อกระจายการทำงานของ VM เหล่านั้นได้ทันที โดยที่ไม่ต้องปิดปรับปรุงระบบใดๆทั้งสิ้น ซึ่งถือว่าเป็นอีกข้อดีของระบบ Cloud ที่เรานิยามถึงจริงๆ
  • Hosting ทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของ RAID Storage หรือการทำ RAID เพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน สำหรับระบบ Cloud จะต้องแยก Server และ Storage ออกจากกันโดยเด็ดขาด และ Storage Server ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น Server สำหรับเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ มีระบบ RAID 0,1,5,6,10,50,51,60,61 ขึ้นอยู่กับ Storage Server ของแต่ละรุ่นว่าจะรองรับระบบ RAID แบบใดบ้าง ทำให้ Storage Server หรือเรียกกันอีกชื่อว่า SAN มีประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลที่มากกว่า ทั้งในเรื่องของความเร็วและความปลอดภัยของข้อมูล

เราอาจกล่าวได้โดยสรุปว่า: “ระบบ Cloud ถูกนิยามสำหรับระบบที่มีการจัดการเรื่อง Hardware ของระบบได้เป็นอย่างดี มีความน่าเชื่อถือ และลดการ Downtime ของระบบได้เป็นอย่างดี ปกป้องเซิฟเวอร์เสียหาย และปกป้องเซิฟเวอร์โหลดสูงที่เป็นปัจจัยทำให้ระบบทำงานไม่ต่อเนื่อง และยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมายที่เรายังไม่ได้กล่าวไว้” จากข้อมูลนี้ก็เพียงพอที่เราจะเลือกเช่าใช้บริการ Cloud Hosting ได้แล้วหละ…

ตุลาคม 2, 2014

Apple ยืนยันแล้ว NFC ใน iPhone 6 จะถูกจำกัดให้ใช้กับ Apple Pay เท่านั้น

Published Post author

NFC iPhone 6

เป็นที่น่าเสียดายสำหรับหลายๆคนที่คาดหวังว่าจะได้ใช้ NFC ร่วมกับบริการหรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ เพราะเว็บไซต์ Cult of Mac ได้ออกมาบอกว่า Apple ได้ยืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วว่า NFC ใน iPhone 6 จะถูกจำกัดให้ใช้งานได้กับ Apple Pay เท่านั้น ฉะนั้นใครที่กำลังคิดว่าจะสามารถเชื่อมต่อกับกล้อง หรือส่งไฟล์ให้เพื่อนได้ผ่านทาง NFC ก็ตื่นได้แล้ว เพราะฝันของท่านได้สลายไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าความฝันนี้จะไม่เป็นจริงซะทีเดียว เพราะถ้าหาก NFC ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก Apple ก็อาจจะพัฒนาให้สามารถใช้งานร่วมกับบริการหรือแอพอื่นๆได้นั่นเอง

กันยายน 19, 2014

ย้อนวันวานกลับไปดูเว็บไซต์ Microsoft ในยุคแรกเริ่มของอินเตอร์เน็ตเมื่อ 20 ปีก่อน

Published Post author

สำหรับ Microsoft ก็ถือเป็นบริษัทผู้นำด้าน IT ที่ทั่วโลกต้องรู้จัก 20 ปีมาแล้วที่บริษัทนี้ได้ก่อกำเนิดขึ้นมา เชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงยังไม่เคยเห็นเว็บไซต์เมื่อยุคแรกเริ่มของอินเตอร์เน็ตเป็นแน่แท้ หรือบางคนอาจจะเคยเห็นแต่ก็จำไม่ได้ และอยากจะย้อนวันวานกลับไปดูก็ไม่มีให้ดูแล้ว นี่เลยครบรอบ 20 ปีของ Microsoft ได้มีการนำหน้าตาเว็บไซต์ในอดีตมาโพสให้ทุกคนได้เห็นกัน พร้อมกับให้ลองใช้งานได้ที่ www.microsoft.com/en-us/discover/1994 แต่เมื่อคลิกที่ลิงค์ใดในนั้น ก็จะพาเราไปยังหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันของหัวข้อนั้นๆแทน

จะเห็นว่าเว็บไซต์ยุคแรกของอินเตอร์เน็ตนั้น จะดูเรียบง่ายมากๆอย่างเว็บของ Microsoft เอง ก็จะมีเพียงตัวหนังสือกับพื้นหลังสีเทา มีรูปภาพพื้นหลังสีดำคล้ายยานอวกาศอีกที แล้วก็มีโลโก้ของ Microsoft ซึ่งเป็นเพียงตัวหนังสือมีสีสันเรียบง่ายเท่านั้น แต่ในยุคนั้นเว็บไซต์นี้ถือเป็นเว็บไซต์ที่ทันสมัยสุดๆในตอนนั้นแล้วนะจะบอกให้

สิงหาคม 10, 2014

คิดว่าจะมีอะไรมาแทนที่ Facebook ได้หรือเปล่า?

Published Post author

ทุกวันนี้ Facebook ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสังคมออนไลน์ที่มีผู้เล่นมากที่สุดในประเทศ พอๆกับ Twitter หรือ LINE อยู่นั่นเอง แต่ 3 สื่อนี้ก็มีความแตกต่างในตัวเองอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่หลายคนจะเล่นทั้งหมดพร้อมๆกัน แต่สิ่งที่เรากำลังจะถามก็คือ  จะมีโซเชียลเน็ตเวิร์ครูปแบบเดียวกันที่จะมาล้ม Facebook ได้หรือเปล่า เพราะก่อนหน้านั้น Facebook ก็ได้ล้ม Hi5 เมื่อครั้งที่เคยฮิตกันมาแล้ว

อันที่จริงก็มีคนไทยหลายกลุ่ม สร้างโซเชียลเน็ตเวิร์คที่เหมือนกับ Facbook ขึ้นมาหลายตัวแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานคนไทยอย่างที่คิด ทุกคนยังคงเล่น Facbook กันอยู่ นั่นอาจเป็นเพราะเพื่อนๆไม่ยอมเปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่นตามก็เป็นได้ หากเพื่อนไม่เล่นด้วย ก็เหมือนต้องเล่นอยู่คนเดียว หรือเฉพาะกลุ่มเล็กๆที่ไม่ค่อยจะมีเรื่องราวอัพเดตที่หลากหลาย ดังนั้นจึงเชื่อว่าหากมีโซเชียลเน็ตเวิร์คเกิดใหม่ แล้วเพื่อนๆให้ความสนใจแห่ไปเล่นกันเยอะๆ ก็จะสามารถแทนที่ Facebook ได้แน่นอน แต่อาจต้องใช้เวลานานพอสมควร

กรกฎาคม 16, 2014

คนไทยที่ใช้ iPhone ได้เฮกันแล้ว หลัง Apple ประกาศรับสมัครวิศวกร Siri กว่า 9 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย

Published Post author

แอพพลิคชั่น Siri เป็นแอพสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ สามารถตอบสนองได้เสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผู้ใช้งาน แต่ยังไม่รองรับอีกหลายภาษารวมทั้งภาษาไทยด้วย ล่าสุดก็มีเรื่องราวที่น่ายินดีเกิดขึ้น เพราะ Apple ได้ประกาศรับสมัครวิศกรภาษาของ Siri กว่า 9 ภาษา อันได้แก่ อาราบิก, บราซิล,โปรตุเกส, เดนมาร์ก, ดัตช์, นอร์เวย์, สวีเดน, ตุรกี และ ภาษาไทย จะเห็นว่า Apple กำลังขยายตัว Siri เพื่อให้สามารถใช้งานได้คลอบคลุมทั่วโลก

สำหรับคุณสมบัติของวิศวกร Siri ที่ Apple ต้องการก็คือต้องมีความชำนาญในภาษานั้นๆ สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ในด้านการจดจำและวิเคราะห์ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใครที่สนใจงานนี้ก็สามารถเข้าไปสมัครกันได้ แต่งานนี้เชื่อว่าสาวก Siri ที่ใช้งานด้วย iPhone และ iPad โดยเฉพาะคนไทยต้องเป็นปลื้มกันมากอย่างแน่นอน

มิถุนายน 27, 2014

มาดูกันว่าเหตุผลที่ LG G3 ไม่ใช้โลหะทำบอดี้คืออะไร

Published Post author

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า LG G3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก LG ได้ทำการเปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลายคนยังสงสัยกันไม่น้อยว่า ทำไม LG ถึงใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกในการทำบอดี้ของ LG G3 แทนที่จะใช้โลหะเหมือนเจ้าอื่นๆเพื่อให้ดูหรูหรามีระดับ และล่าสุดเราก็ได้รับคำตอบจาก Chul Bae Lee รองประธานฝ่ายออกแบบสมาร์ทโฟนของ LG เรียบร้อยแล้ว เหตุผลที่สำคัญของเค้าก็คือ เนื่องจากว่า LG นั้นถนัดการใช้วัสดุพลาสติกมากว่า เพราะขึ้นรูปง่าย มีความชำนาญ อีกอย่างในเรื่องของต้นทุนก็ต่ำกว่าการใช้วัสดุประเภทโลหะด้วย หากเปลี่ยนไปใช้โลหะ LG G3 จะมีราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม $300 ถือว่าเยอะมากๆ ที่สำคัญการใช้โลหะนั้นนอกจากจะต้องระวังเรื่องสัญญาณแล้ว การผลิตก็จะมีความยุ่งยากมากกว่าเดิมด้วย ถือเป็นเหตุผลที่พอฟังขึ้นเลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องต้นทุน อีกอย่าง LG ก็พยายามนำความสามารถของตัวเองในเรื่องของการใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกมาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ด้วย เอาเป็นว่ายอมรับได้กันทุกคนแล้วนะจ๊ะ

มิถุนายน 8, 2014

แบตสำรองหรือ Power Bank ต้องเลือกซื้อให้เป็นจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด

Published Post author

Power Bank

ในสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ แบตสำรอง หรือ Power Bank มีความสำคัญในการดำเนินชีวิตของหลายคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ใช้สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ เหตุผลก็เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีแบตเตอรี่ที่หมดเร็ว เนื่องจากใช้ระบบปฏิบัติและมีแอพพลิเคชั่นต่างๆที่ต้องการแบตเยอะพอสมควร มันจึงไม่เหมือนกับมือถือในสมัยก่อนที่ใช้รับสาย โทรออก หรือเล่นเกมเล็กๆน้อยๆ เช่น Nokia 3310 ในตำนานที่แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้เป็นอาทิตย์ ดังนั้นเมื่อเราใช้สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์พกพาที่แบตเตอรี่หมดเร็ว เราก็ต้องมีแบตสำรองเก็บไฟเอาไว้ชาร์จในยามฉุกเฉิน เนื่องจากบางคนก็มีความจำเป็นหลายครั้งที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนทำธุรกิจ หรืออื่นๆที่จำเป็น ฉะนั้นเราก็ลองมาศึกษาวิธีในการเลือกซื้อแบตสำรองให้คุ้มค่าที่สุดกันดีกว่า

เลือกซื้อแบตสำรองหรือ Power Bank ที่ความจุไฟเท่าไหร่ดี: โดยปกติแล้วเวลาเราเลือกซื้อแบตสำรองก็จะมีความจุไฟฟ้าเขียนไว้ให้ทราบอยู่แล้ว ซึ่งความจุไฟฟ้าจะมีหน่วยเป็น mAh บ่งบอกว่าแบตสำรองตัวนี้สามารถเก็บไฟไว้ให้เราใช้มากน้อยแค่ไหน การเลือกความจุของแบตสำหรองก็ประมาณง่ายๆคือ มือถือของเรามีขนาด 2000mAh สามารถใช้งานได้ประมาณ 7 ชั่วโมง อยากสำรองไว้เยอะเพราะต้องออกนอกสถานที่บ่อยๆก็เลือกแบบที่มีความจุเยอะหน่อย หากไม่ได้ไปไหนหรือไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่ก็เลือกที่ความจุน้อยหน่อย

ซื้อแบตสำรองราคาถูก แต่มีความจุเยอะดีมั๊ย: ตอบเลยว่าดี เพราะมีความจุเยอะและราคาถูกด้วย เราก็จะสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์หลายตัว ชาร์จได้หลายครั้ง แต่ข้อเสียก็คือมันจะไม่ค่อยสะดวกในการพกพา เพราะมีขนาดใหญ่ แต่ถ้าหาซื้อแบตสำรองที่ราคาถูก ความจุเยอะ และมีขนาดเล็ก อันนี้จะเจ๋งมากเลย

ต้องเลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองตามปริมาณกระแสไฟที่อุปกรณ์จำเป็นต้องใช้: กระแสไฟฟ้ามีหน่วยเป็น A (แอมป์) ซึ่งหมายถึงปริมาณไฟฟ้าที่อุปกรณ์จำเป็นต้องใช้เพื่อการทำงาน ฉะนั้นเวลาเลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองเราก็ต้องดูด้วยว่ามีกระแสไฟฟ้าตามที่อุปกรณ์พกพาของเราทำงานหรือเปล่า เพราะหากมีน้อยไปก็จะชาร์จไม่เข้า สำหรับสมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงจะกินกระแสไฟประมาณ 0.5-1A แท็บเล็ตจะกินกระแสไฟประมาณ 1-2.1A และหากเลือกแบตสำรองที่มีกระแสไฟเยอะกว่าอุปกรณ์ที่ต้องการชาร์จ ก็ไม่ต้องกังวลสามารถใช้ได้ แถมยังจะชาร์จได้เร็วกว่าซะด้วย

การเลือกซื้อแบตสำรองโดยหลักๆแล้วก็จะมีประมาณนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดอื่นๆ เช่น เลือกยี่ห้อไหนดีกว่ากัน ก็สามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Google

พฤษภาคม 28, 2014