ดูหนังออนไลน์ไม่ได้ ขึ้น Flash Player Error

Published Post author

เชื่อว่าหลายๆท่านก็คงชอบดูหนังออนไลน์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว สะดวก และสามารถดูด้วยความบันเทิงที่บ้านของคุณได้อีกด้วย แต่ปัญหาคือ ถ้าเรายังไม่ได้ติดตั้ง Flash Player มันจะไม่สามารถดูหนังผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ เพราะฉะนั้น ท่านก็อาจจะได้รับข้อควา  “Flash Player Erorr บราๆ” ซึ่งจำเป็นที่จะต้องติดตั้งโปรแกรม Flash Player จาก Adobe ซะก่อน

Flash Player

โปรแกรม Flash Player มีให้เลือกตามเว็บเบราเซอร์ที่ใช้งาน โดยเมื่อเราเข้าไปโหลด Adobe จะตรวจสอบเว็บเบราเซอร์และให้โหลดในส่วนเสริมของเว็บเบราเซอร์นั้นๆ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลว่า ทำไมดูหนังใน Internet Explorer ได้ปกติ แต่ไม่สามารถดูใน Google Chrome หรือ Firefox ได้ เพราะว่าเราจะต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง Flash Player แยกแต่ละเว็บเบราเซอร์กันนั่นเอง

สำหรับท่านที่กำลังปวดหัวกับปัญหานี้ คลิกที่ Flash Player เพื่อดาวน์โหลดส่วนเสริม Flash ไปติดตั้งที่คอมพิวเตอร์ของท่านได้เลย

ธันวาคม 17, 2014

ความอิสระบนโลกออนไลน์ Camfrog ดาวน์โหลดฟรี

Published Post author

โลกของเราขาดความอิสระของการใช้ชีวิตไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ในวันทำงานก็ต้องตื่นเช้าๆเพื่อไปรออยู่บนรถติด กว่าจะไปถึงที่ทำงานและทำงานทั้งวัน ตอนเย็นก็กว่าจะกลับบ้านได้ รถก็ติดมากๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นวันหยุด ผู้คนก็แห่กันมาเที่ยว การจราจรในประเทศไทยนั้นทำให้เราไม่อิสระเลย วันหยุดก็อยากจะพักผ่อนก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง

ในวันหยุดนี้เราจึงเลือกที่จะอยู่ที่บ้าน ดาวน์โหลด Camfrog มาติดตั้งที่คอมพิวเตอร์ของเรา และพบเจอกับเพื่อนๆทั่วประเทศไทยได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องออกเดินทาง ไม่ต้องไปยืนรอรถหรือว่านั่งรถติดในใจกลางเมืองกรุงเทพ สบายสุดๆ แถมเราก็ยังได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมาได้อีกด้วย มีคนเข้าใจเราและเราก็มีเพื่อนเยอะแยะมากมายผ่านโปรแกรมที่แชทใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตง่ายๆไม่ยาก โลกปัจจุบันมันก็ไม่ได้ขาดความอิสระไปอย่างที่คิด เพียงแต่ว่าเราไปโฟกัสผิดจุดแค่นั้นเอง ใครจะคุยกับเราหรือมาเจอเราได้ทั้งนั้น ดาวน์โหลดโปรแกรมวีดิโอแชท Camfrog ไปติดตั้งฟรีๆ

Download Camfrog

ธันวาคม 12, 2014

ได้เวลาแล้วเมื่อ Uber ประเทศไทยจัดการส่งอีเมลล์หาลูกค้า เพื่อแสดงออกว่าสนับสนุน Uber

Published Post author

สำหรับช่วงที่ผ่านมาคงจะได้ข่าวของ Uber มาบ้าง ซึ่ง Uber ประเทศไทยได้อยู่ในโหมดตั้งรับแบบเงียบๆกันมานานแล้ว และถึงเวลาแล้วค่ะที่ Uber ประเทศไทยจะออกโรงสักทีโดยทาง Uber ประเทศไทย ได้จัดการส่งอีเมลล์หาลูกค้า เพื่อขอร้องให้แสดงออกว่าสนับสนุน Uber ผ่านทางสังคมออนไลน์ ซึ่งในอีเมลล์ที่ระบุไว้ก็คือ ขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนในช่วงที่ผ่านมา และทาง Uber มีความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการขอร้องในการสนับสนุนในครั้งนี่ก็คือ การขอให้ลูกค้าช่วยกันทวิตขึ้น Twitter ช่วยกันโพสท์ข้อความบน Facebook อัพภาพขึ้น Instagram โดยจะมีการกำหนดให้ใช้ Hashtag พิเศษ นั่นก็คือ “#Uber4Thailand” ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าวก็เป็นการสนับสนุน Uber นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามทาง Uber ประเทศไทยก็ไม่ได้มีการกำหนดแต่อย่างใดว่า จะทำการช่วยรณรงค์ผ่านทางสื่ออนไลน์นานเพียงใด ทั้งนี้ก็ต้องรอติดตามดูข่าวสารเรื่องนี้ต่อไปค่ะ

ธันวาคม 7, 2014

Symantec เผยค้นพบมัลแวร์ที่มีความซับซ้อน ถูกออกแบบมาเพื่อสอดแนมและล้วงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ทั่วโลกมาเป็นเวลานานหลายปี

Published Post author

เป็นเรื่องฮือฮากันอีกแล้ว เมื่อทีมนักวิจัยจาก Symantec ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการค้นพบมัลแวร์ที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมากชื่อว่า Regin อีกทั้งเป้าหมายของมัลแวร์ตัวนี้ก็คือการสอดแนมและล้วงข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วโลก โดยข้อมูลระบุว่ามัลแวร์เริ่มถูกใช้งานเมื่อปี 2008 และหยุดชะงักไปเมื่อปี 2011 ก่อนค้นพบอีกครั้งในปี 2014 ซึ่งประเทศที่ค้นพบว่าถูก Regin โจมตีได้แก่ คอมพิวเตอร์จากรัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย ล่าสุดพบในเม็กซิโก, ไอร์แลนด์, อินเดีย, อัฟกานิสถาน, อิหร่าน, เบลเยี่ยม, ออสเตรีย และปากีสถาน

Regin

งานนี้ก็มีการคาดเดากันว่ามันถูกสร้างจากรัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่งเมื่อ 6 ปีก่อน โดยมันมีโครงสร้างที่สลับซับซ้อนมาก สามารถปรับแต่งตัวเองให้มีความหลากหลายตามการใช้งานของเป้าหมาย อีกทั้งยังสามารถลบร่องรอยการเข้าถึงข้อมูลของเป้าหมายได้ ซึ่งใช้การโจมตี 5 ขั้นตอนและอยู่ในรูปแบบการเข้ารหัส อาจใช้เวลาเป็นเดือน หรือเป็นปีในการเข้าถึงข้อมูลของเป้าหมายที่มีความซับซ้อนเลยทีเดียว ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนสร้าง เอาเป็นว่าก็ควรจะระมัดระวังกันให้มากขึ้นนั่นเอง

พฤศจิกายน 24, 2014

ไฮเทคสุดล้ำโรงแรมในเครือ Starwood เปิดให้ลูกค้าใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจเข้าห้องพัก

Published Post author

ในช่วงที่ผ่านมาเราเคยได้นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับวงการโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่ในอนาคตจะมีการใช้งานร่วมกับโรงแรมดังในเครือของ Starwood ซึ่งล่าสุดตอนนี้ก็มีข่าวสารที่น่าสนใจอย่างมาก ที่เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาและดำเนินการร่วมกันระหว่างสมาร์ทโฟนกับโรงแรมในเครือ Starwood และตอนนี้การพัฒนาเหล่านี้ได้ประสบผลสำเร็จแล้วค่ะ เพราะว่ามีการเปิดให้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจในการเข้าพักในห้องแล้วค่ะ โดนมีกำหนดให้เริ่มใช้ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 57 นี้ ไปดูในส่วนของรายละเอียดเรื่องนี้กันเลยดีกว่าค่ะ ความน่าสนใจของข่าวนี้ก็อยู่ที่การนำเอาเทคโนโลยีมาทำให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เราสามารถจัดการสิ่งต่างๆรอบตัวได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟนเท่านั้น

Starwood

ทางด้านของการใช้งานเทคโนโลยีใช้สมาร์ทโฟนแทนกุญแจทีว่านี้ก็คือ คุณลูกค้าในเครือโรงแรม Starwood จะต้องทำการสมัครสมาชิกโปรแกรมสะสมแต้ม SPG เสียก่อน จากนั้นให้ทำการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาติดตั้งภายในเครื่องโทรศัพท์ และจัดการลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่นเสียก่อน และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการใช้ระบบนี้ก็คือคุณจะต้องเปิด Bluetooth เมื่อคุณเข้าใกล้โรงแรมที่มีการใช้งานระบบนี้ โปรแกรมจะทำการแจ้งเตือนว่าต้องการเข้าไปในห้องหรือไม่ โดยจะให้ผู้ใช้งานเลือก และเมื่อถึงโรงแรมห้องพักที่คุณจะต้องเข้าห้องพักจริงๆ คุณจะต้องใช้สมาร์ทโฟนของคุณไปโบกที่หน้าประตู เพื่อทำการปลดล็อกแล้วเข้าไปภายในห้อง แน่นอนว่าความทันสมัยขนาดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นและอยากจะลองใช้งานระบบนี้กันมากขึ้น แต่ก็จะต้องคำนึงถึงระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์ของคุณเสียก่อนว่าสามารถใช้งานระบบนี้ได้หรือไม่ โดยระบบปฏิบัติการรุ่น iOS จะสามารถใช้งานได้ตั้งแต่ iPhone 4S ขึ้นไปหรือผู้ที่มีระบบปฏิบัติการ iOS 8 ทางด้านของระบบปฏิบัติการ Android ก็สามารถใช้ได้ตั้งแต่ Android 4.3 ขึ้นไป และตอนนี้ระบบสุดทันสมัยนี้ก็เปิดให้ใช้บริการกับบางโรงแรมในเครือ Starwood ทั่วโลกแล้วละค่ะ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งดีๆที่ทำให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ

พฤศจิกายน 5, 2014

กลับมาแล้ว!!! เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นใหม่สุดไฮเทคสำหรับคนยุคใหม่

Published Post author

Hemingwrite
ในสมัยก่อนคงจะทันเครื่องพิมพ์ดีด รุ่นก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คใช้กัน แต่เมื่อเทคโนโลยีและสิ่งที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามาถึง ก็ทำให้เครื่องพิมพ์ดีดต้องตกยุคไป แน่นอนว่าเครื่องพิมพ์ดีดได้เงียบหายไปนานมากพอสมควร แต่ก็ยังไม่นานพอที่จะทำให้ลืมความคลาสสิกของมัน และวันนี้มันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับทันสมัย เทคโนโลยีที่ก้าวไกล และมันมาพร้อมกับเอกลักษณ์และการใช้งานส่วนตัวที่หลายคนปฏิเสธไม่ลง ในวงการนักเขียนในต่างประเทศให้ความสนใจกับเครื่องพิมพ์ดีดรุ่นใหม่นี้อย่างมาก จะน่าสนใจอย่างไรเราไปดูรายละเอียดของมันเลยดีกว่าค่ะ

เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นใหม่นี้มีชื่อว่า Hemingwrite เป็นเครื่องพิมพ์ดีดที่เหมาะมากสำหรับคนที่ทำงานเป็นนักเขียน เพราะมันช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานคือ เมื่อคุณคิดไอเดียหรือข้อความ คำพูดโดนๆออกก็สามารถพิมพ์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอเปิดเครื่องเหมือนโน้ตบุ๊ค และถ้าหากคุณเกิดสมองตันขึ้นมาคิดไม่ออกก็พักทิ้งไว้ได้ และสามารถกลับมาเขียนใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาปิดเปิดเครื่องเหมือนโน๊ตบุคหรือคอมพิวเตอร์พีซี ความทันสมัยของ Hemingwrite อยู่ที่การจัดเก็บข้อมูลและการออกแบบบางอย่างบนตัวเครื่อง ซึ่ง Hemingwrite  มาพร้อมกับหน้าจอแบบ E-ink screen ขนาด 6 นิ้ว เมื่อคุณพิมพ์ข้อความลงไปไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลจะหายเพราะไม่ได้ใช่กระดาษจริง แต่ข้อมูลทั้งหมดจะถูกแบคอัพข้อมูลผ่านการเชื่อมต่อสัญญาณ Wifi ไปเก็บไว้บน Cloud เรียบร้อย นอกจากนี้แล้วยังสามารถเชื่อมต่อกับ Google Docs และ Evernote ได้อีกด้วยละค่ะ แต่ว่า Hemingwrite เครื่องนี้ไม่สามารถเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตได้ เรียกว่าเกิดมาเพื่อทำงานเขียนอย่างแท้จริงเลยค่ะ

ตุลาคม 29, 2014

Aposematic Jacket ถูกสร้างมาเพื่อคนชอบถ่ายรูปโดยเฉพาะ

Published Post author

มาอีกแล้วค่ะ กับอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ขอบอกว่ามันค่อนข้างจะไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน แต่ว่ามันกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้วสำหรับอุปกรณ์ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ เริ่มต้นด้วยปัจจุบันนี้เริ่มมีการผลิตสินค้าหรืออุปกรณ์ที่สามารถสวมใส่ได้ออกมามากมาย และกล้องก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ให้ความสนใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ ครั้งนี้ก็เลยจัดเอา Aposematic Jacket มาให้คนที่รักการถ่ายได้อึ้งกันสักหน่อย ไปดูรายละเอียดของสิ่งประดิษฐ์สิ่งนี้กันเลยดีกว่าค่ะ

สิ่งประดิษฐ์สิ่งนี้มีชื่อว่า Aposematic Jacket มันคือเสื้อที่มีกล้องติดรอบตัว ทำให้ผู้ที่สวมใส่สามารถถ่ายภาพแบบ 360 องศาได้เลยทีเดียว เป็นอย่างไรค่ะอึ้งใช่ไหมละคะ ซึ่งผลงานชิ้นนี้ผู้เป็นเจ้าของคือชาวเกาหลีมีชื่อว่า Shinseungback Kimyonghun โดยนำเอากล้องมาติดตั้งไว้ที่เสื้อรอบตัว เรียกได้ว่าสามารถมองเห็นได้หมดทั้ง 360 องศา ทางด้านของการทำงานก็จะมี Raspberry pi คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมากๆ และมีการเชื่อมต่อผ่านทางสัญญาณ Wifi ทางด้านของการใช้งานก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรค่ะ เพราะเสื้อตัวนี้จะมาพร้อมกับปุ่มกดบันทึกภาพ เมื่อผู้ใช้งานสวมใส่เสื้อและต้องการถ่ายหรือบันทึกภาพก็สามารถกดปุ่มบันทึกภาพได้ทันที และถ้าหากต้องการอัพโหลดลงสู่ระบบอินเตอร์ก็สามารถทำได้ทันทีเช่นกัน นอกจากนี้แล้วทางผู้ผลิตยังได้กล่าวอีกว่าการที่เขาติดตั้งตัวกล้องด้านนอกของเสื้อ ก็เพื่อเป็นการบ่งบอกให้ทราบว่าเสื้อตัวนี้สามารถบันทึกภาพได้ และจะเป็นการบอกบุคคลรอบข้างว่าในขณะนี้เขาอาจจะถูกบันทึกภาพอยู่ได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อความโปร่งใสในเจตนาของผู้สวมใส่ว่ามิได้มีการแอบถ่ายแต่อย่างใด อีกทางหนึ่งผู้ถูกถ่ายก็สามารถที่จะรู้ทันและทำตัวถูก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ถูกออกแบบมาได้มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ ในอนาคตอาจจะมีการนำเอาความคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านต่างๆก็ได้ แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องของกล้องและการถ่ายภาพอยู่แล้วก็สามารถติดตามไอเดียของ Shinseungback Kimyonghun คนนี้ได้เลยค่ะ

ตุลาคม 21, 2014

เปิดตลาดประเดิมของแล้วกับ Transformer Book T200 โน้ตบุ๊กไฮบริดจากค่าย ASUS

Published Post author

นอกจากรถยนต์ไฮบริดที่นับวันจะยิ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการออกแบบและพัฒนาโน้ตบุ๊กไฮบริดออกมาวางจำหน่ายให้คนที่หลงใหล และชื่นชอบในการใช้งานโน้ตบุ๊กได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว ซึ่งล่าสุดทางค่าย ASUS ได้ออกมาเปิดตัวโน้ตบุ๊กไฮบริดตัวใหม่ หรือจะเรียกว่าเป็นตัวต่อจากอีกรุ่นหนึ่งก็ได้ ซึ่งมีชื่อว่า Transformer Book T200 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก Transformer Book T100 นั่นเอง โดยจุดเด่นของ Transformer Book T200 อยู่ที่ราคาที่ย่อมเยา ไม่แพงจนเกินไป แต่มาพร้อมกับสเปคที่น่าสนใจไม่น้อย ทางด้านของ Transformer Book T200 รุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นของรุ่น Transformer Book T100 เอาไว้อยู่ แต่จะมีการปรับแต่งเพิ่มเติมในส่วนของสเปคที่เพิ่มมากขึ้นดังนี้

Asus Transformer Book T200

  1. หน้าจอมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยมีขนาดอยู่ที่ 11.6 นิ้ว และมีความละเอียดอยู่ที่ 1366×768 พิกเซล
  2. มีหน่วยความจำภายใน 32 GB มาพร้อมกับแรม 2 GB
  3. มีระบบปฏิบัติการคือ Windows 8.1
  4. ความละเอียดของกล้องหลังจะอยู่ที่ 5 เมกะพิกเซล ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 2 เมกะพิกเซล
  5. มีช่องพอร์ตเชื่อมต่อมาให้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ คือ microSD, micro USB, micro HDMI และ USB 0/3.0 ทำให้ผู้ใช้งานสะดวกสบาย เมื่อต้องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ
  6. มาพร้อม CPU Atom Z3775 ควอดคอร์
  7. แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมง
  8. มีถาด HDD ขนาด 5 นิ้วเตรียมพร้อมมาให้ และสามารถรองรับความจุได้มากสุดที่ 1TB

ถือว่าเป็นสเปคของโน้ตบุ๊กไฮบริดที่น่าสนใจไม่น้อยเลยจริงๆ และอีกหนึ่งจุดเด่นที่เราได้กล่าวกันไว้ในข้างต้นก็คือในส่วนของราคาที่มาในรูปแบบที่ย่อมเยาเราเป็นเจ้าของได้ก็คือ Transformer Book T200 รุ่นล่างจะมีราคาอยู่ที่ 400 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินบาทไทยก็ประมาณ 13,000 บาท และสำหรับ Transformer Book T200 รุ่นบนอีกหนึ่งรุ่นจะมีราคาอยู่ที่ 500 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินบาทไทยก็ประมาณ 16,250 บาท สำหรับใครที่กำลังต้องการอยากได้โน้ตบุ๊กตัวใหม่ ที่มีราคาย่อมเยา และมีการใช้งานที่หลากหลาย ก็ลองเก็บเอาโน้ตบุ๊กไฮบริดจากค่าย ASUS ตัวนี้ไปพิจารณาได้เลยค่ะ

ตุลาคม 15, 2014

ภาพและข่าวการประท้วงที่ฮ่องกงถูก WeChat เซ็นเซอร์เรียบร้อยแล้ว

Published Post author

ข่าวต่างประเทศที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในช่วงนี้ คงจะหนีไม่พ้นข่าวจากการประท้วงที่ประเทศฮ่องกงแน่นอนค่ะ เนื่องจากเป็นข่าวที่เริ่มมีความรุนแรงทางการประท้วงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ล่าสุดได้มีข่าวว่าทางรัฐบาลจีนได้มีการเคลื่อนไหวด้วยการเซ็นเซอร์หรือปิดข้อมูลใน App Chat หรือ Social Network ของคนที่มีสัญชาติจีนเรียบร้อยแล้ว อาจจะเป็นเฉพาะในช่วงที่เกิดการประท้วงเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันการประท้วงที่อาจจะลุกลามไปมากกว่านี้ และสุดท้ายทาง WeChat ก็เช่นเดียวกันค่ะ ได้ออกมาเซ็นเซอร์ตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทาง Wall Street Journal ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ ได้มีการรายงานถึงพฤติกรรมของผู้ประท้วงในฮ่องกงว่า มีการเผยแพร่ภาพที่เกิดขึ้นในขณะประท้วง ลงในช่องทางการสื่อสารหรือฟีเจอร์ของ WeChat โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ และกระจายข่าวสารการประท้วงที่เกิดขึ้นให้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงเหตุการณ์นี้

นอกจากนี้แล้วเพื่อให้เกิดความกระจ่างใจทาง Wall Street Journal จึงได้มีการทดสอบว่าทาง WeChat ได้มีการเซ็นเซอร์ข้อมูลเหล่านี้หรือไม่ ด้วยการทดลองให้ผู้ใช้งานในฮ่องกงโพสต์ภาพอาหารต่างๆ ที่ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับการประท้วงที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่พบก็ปรากฏว่าผู้ใช้งานในจีนไม่เห็นภาพอาหารที่โพสต์ไปจริงๆ นอกจากนี้แล้วยังพบอีกว่าผู้ใช้งาน WeChat ในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่สามารถที่จะโพสต์ลิงก์ข่าวที่มีคำว่า Hong Kong, Protest, Democracy เหล่านี้ได้อีกด้วย ซึ่งในขณะนี้ทาง Tencent ซึ่งเป็นต้นสังกัดของทาง WeChat ได้มีการปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องนี้และปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ อย่างไรก็ตามคงจะต้องติดตามข่าวสารกันต่อไปว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะอยู่ในระดับใด มีความรุนแรงมากเพียงไหน และรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรกับการประท้วงที่เกิดขึ้นในฮ่องกงขณะนี้ ให้พบกับทางออกที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้องลุ้นกันต่อว่ารัฐบาลจีนจะออกมาจำกัดสิทธิ์ของผู้ประท้วงทางใดอีกบ้าง

WeChat

ตุลาคม 9, 2014

ขุมพลัง Cloud Server สำหรับให้บริการ Hosting โดยเฉพาะ

Published Post author

ดูเหมือนว่าระบบ Cloud จะเป็นอะไรที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร แต่มันเป็นเทคโนโลยีที่นิยามขึ้นมาใหม่เท่านั้นเอง ทำให้มีผู้คนสนใจมากยิ่งขึ้น และในวันนี้เราก็จะขอพูดถึงระบบ Cloud ที่นำมาให้บริการ Hosting เพื่อการทำเว็บไซต์ หรือการจำลองระบบแบบ VPS เพื่อการวางเว็บไซต์หรือทำอื่นๆก็ได้ โดยเราเลือกบริการจากทาง cloudhost.in.th มาทำการ Review ถึงความามารถของระบบ Cloud Server ว่ามันดีกว่าการเช่า Web Hosting แบบทั่วไปอย่างไรบ้าง?

CloudHost on Cloud Serverอย่างที่เกิ่นนำไปตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าเราจะพูดถึงระบบ Cloud Hosting เท่านั้น! ว่ามันจะต่างจากระบบ Hosting ทั่วไปอย่างไร? และมันคุ้มค่าหรือไม่? กับการที่เราจะเลือกเช่า Web Hosting ที่อยู่บนระบบ Cloud

จากรูปภาพที่เราได้ข้อมูลมาจากทาง CloudHost พบว่าข้อมูลทรัพยากรของเซิฟเวอร์ในระบบ vCloud Cluster ทั้งหมดถูกแยกออกเป็น

  • CPU 127 Ghz
  • Memory 319.82 GB
  • Storage 6.17TB

ซึ่งเป็นข้อมูลรวมจากทรัพยากรหลายๆเซิฟเวอร์รวมๆกัน โดยทาง CloudHost ไม่ได้เปิดเผยว่ามีจำนวนเซิฟเวอร์ทั้งหมดเท่าไร หากเราเทียบกับเซิฟเวอร์ตัว DELL R210 II หรือ DELL R220 II ที่เป็นตัวใหม่ล่าสุด ในเซิฟเวอร์รุ่นนี้จะมีหน่วยประมวลผล 1 ตัว และมี Memory สูงสุดที่ 32GB เท่านั้น!

การเช่า Web Hosting แบบเดี่ยวๆ vs การเช่า Web Hosting แบบ Cloud ข้อแตกต่างคืออะไร?

จากที่ได้อธิบายถึงทรัพยากรของระบบ Cloud เทียบกับเซิฟเวอร์ทั่วไปให้ทราบแล้วนั้น เราจะพบว่า เซิฟเวอร์ทั่วๆไปไม่ได้มีทรัพยากรมากถึงระบบ Cloud ที่รวมเอาเซิฟเวอร์หลายๆตัวมาทำงานร่วมกัน นอกจากนั้นยังมีข้อแตกต่างอีกอย่างที่เราจะต้องรู้และเป็นปัจจัยที่จะทำให้เราเลือกเช่า Hosting แบบใดนั่นเอง นั่นก็คือ

  • Hosting ทั่วไปจะวางอยู่บนเซิฟเวอร์ตัวเดียว หากเกิดปัญหา Hardware เสียหาย จะทำให้ต้องใช้เวลานานมากๆ ในการกู้ระบบกลับคืนมาให้ทำงานได้เหมือนเดิม แต่สำหรับระบบ Cloud จะทำการย้าย VM (VM เป็นชื่อเรียกใน VMware แปลว่า Virtual Machine หรือแปลเป็นไทยว่า การจำลองระบบ) ไปรันบนเซิฟเวอร์ตัวอื่นๆในระบบ Cloud โดยอาจจะใช้เวลาเพียง 5 – 10 นาทีเท่านั้นในการเรียกให้ระบบกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม โดยการจัดการของ VMware vCenter Server
  • Hosting ทั่วไปจะมีผู้ใช้งานจำนวนมากๆในเซิฟเวอร์ หรือมีการจำลอง VPS จำนวนมากๆในเซิฟเวอร์ และหากมีการใช้งานแบบ Pleek หรือการใช้งานสูงๆพร้อมๆกัน จะทำให้เซิฟเวอร์ประมวลผลไม่ทัน และทำให้ระบบล่มได้ในที่สุด สำหรับระบบ Cloud ที่จัดการโดยระบบ VMware จะมีระบบ DRS สำหรับกระจายการประมวลผลของ VM ต่างๆไปยังเซิฟเวอร์ต่างๆ ทำให้ระบบสามารถทำงานได้ดีอยู่ตลอดเวลา แต่หากว่ามีการใช้งานแบบ Pleak ในทุกๆเซิฟเวอร์ในระบบ ผู้ดูแลระบบยังสามารถเพิ่มเซิฟเวอร์เข้าไปในระบบ Cloud เพื่อกระจายการทำงานของ VM เหล่านั้นได้ทันที โดยที่ไม่ต้องปิดปรับปรุงระบบใดๆทั้งสิ้น ซึ่งถือว่าเป็นอีกข้อดีของระบบ Cloud ที่เรานิยามถึงจริงๆ
  • Hosting ทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของ RAID Storage หรือการทำ RAID เพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน สำหรับระบบ Cloud จะต้องแยก Server และ Storage ออกจากกันโดยเด็ดขาด และ Storage Server ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น Server สำหรับเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ มีระบบ RAID 0,1,5,6,10,50,51,60,61 ขึ้นอยู่กับ Storage Server ของแต่ละรุ่นว่าจะรองรับระบบ RAID แบบใดบ้าง ทำให้ Storage Server หรือเรียกกันอีกชื่อว่า SAN มีประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลที่มากกว่า ทั้งในเรื่องของความเร็วและความปลอดภัยของข้อมูล

เราอาจกล่าวได้โดยสรุปว่า: “ระบบ Cloud ถูกนิยามสำหรับระบบที่มีการจัดการเรื่อง Hardware ของระบบได้เป็นอย่างดี มีความน่าเชื่อถือ และลดการ Downtime ของระบบได้เป็นอย่างดี ปกป้องเซิฟเวอร์เสียหาย และปกป้องเซิฟเวอร์โหลดสูงที่เป็นปัจจัยทำให้ระบบทำงานไม่ต่อเนื่อง และยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมายที่เรายังไม่ได้กล่าวไว้” จากข้อมูลนี้ก็เพียงพอที่เราจะเลือกเช่าใช้บริการ Cloud Hosting ได้แล้วหละ…

ตุลาคม 2, 2014